คำรักบทผืนทราย
Love Letters in the sand
วันหนึ่ง หนึ่งวัน ธรรมดา
เราฆ่าเวลา
จารรอยรักบนผืนทราย
On a day like today
We passed the time away
Writing love letters in the sand
ใยเธอหัวเราะยามฉันร้องไห้
คลื่นซัดกลับกลาย
ทลายคำรักสองเรา
How you laughed when I cried
Each time I saw the tide
Take our love letters from the sand
(คอรัส)
CHORUS
เธอสัญญาว่าไว้จะภักดี
ใยสัญญานี้กลับว่างเปล่า
You made a vow that you would ever be true
But somehow that vow meant nothing to you
หัวใจของฉันมันปวดร้าว
เกลียวคลื่นซัดกร้าว
ลบรอยรักสองเราจากทราย
Now my broken heart aches
With every wave that breaks
Over love letters in the sand
หัวใจของฉันมันปวดร้าว
เกลียวคลื่นซัดกร้าว
ลบรอยรักสองเราจากทราย
Now my broken heart aches
With every wave that breaks
Over love letters in the sand
.
.
.
วันแม่…
How gentle is the rain
That falls softly on the meadow
Birds high up in the trees
Serenade the clouds with their melody
หยาดละมุน โปรยปรายจากปลายฟ้า
โรยรดกลีบบุปผาเป็นคำหวาน
เสียงวิหคเปรียบระฆังกังสดาล
เคล้าเมฆาคอยขับขานกล่อมสากล
Oh! See there beyond the hills
The bright colors of the rainbow
Some magic from above
Made this day for us
Just to fall in love
มองเถิดมอง ไปท ี่หลังเขานั่น
มีสีสันสดใสแห่งสายฝน
พาดผ่านฟ้าดังมนตราจากเบื้องบน
มาดลใจให้หล่นร่วงลงห้วงรัก
You hold me in your arms
And say once again you love me
And if your love is true
Everything will be just as wonderful
เธอโอบฉันไว้ในอ้อมกอด
แล้วพร่ำพรอดซ้ำซ้ำร่ำว่ารัก
หากรักนั้นมั่นคงไว้ด้วยใจภักดิ์
ทุกสิ่งจักงดงามอยู่ร่ำไป
Now, I belong to you
From this day until forever
Just love me tenderly
And I’ll give to you every part of me
ในตอนนี้ ตัวฉันเป็นของเธอ
ตั้งแต่แรกเจอจวบสิ้นอสงไขย
เพียงรักเธอนั้นคงมั่นทุกวันไป
ทุกส่วนฉันนั้นไซร้จะเป็นของเธอ
Oh! Don’t ever make me cry
Through long lonely nights without us
Be always true to me
Keep this day in your heart eternally
โอ้! อย่าทำฉันร่ำไห้
ผ่านคืน สิ้นไร้ รำพันพร่ำเพ้อ
เพียงแค่ความจริงใจจากใจเธอ
จดจำไว้เสมอชั่วนิจนิรันดร์
You hold me in your arms
And say once again you love me
And if your love is true
Everything will be just as wonderful
เธอโอบฉันไว้ในอ้อมกอด
แล้วพร่ำพรอดถ้อยคำแห่งรักนั้น
ถ้าเราสองจริงใจให้แก่กัน
ทุกสิ่งสรรพ์จะงดงามอยู่ร่ำไป
08/08/08
สิ้นแล้ว เจ้าแก้วเอ๋ย
ใยจึงต้องลงเอยเป็นแบบนี้
พี่ทั้งรักทั้งหวงห่วงคนดี
ใยเจ้านี้มีมีใจให้กลับคืน
พี่ตาบอด บอดแล้วเจ้าแก้วตา
มองจันทรา เห็นกัลยา พาใจรื่น
มองความรัก เห็นความหวัง รักยั่งยืน
หญิงดาษดื่น ไม่เคยใกล้ ในสายตา
อยากจะขอรักเธอเพียงผู้เดียว
อยากจะเกี่ยว ก้อยร้อยใจ ให้แน่นหนา
อยากดูแล สวมกอด ยอดชีวา
อยากรักษา ตัวเจ้า อยู่เท่านาน
แต่เจ้ามีชายอื่นมองมาดองเกี่ยว
พี่รักเจ้าคนเดียวมิอาจหาญ
ใจพี่เหลวร้าวแตกถึงแหลกราญ
จึงคืบคลาน เร้นร่าง อย่างทรมา
ลาที ลาก่อน บังอรเอ๋ย
ไม่มีแล้ว ที่เคยรัก เป็นหนักหนา
หมดเยื่อใย ฝังแล้วเหยียบ จมบาทา
จบสิ้นแล้ว แก้วตา ขอลาลง …
ผิวพรรณผุดผ่องแผ้ว
งามจริงแล้วแม่เนื้อหอม
ริ้นไรอย่าหมายตอม
เจ้าพยอมของพี่ยา
ห่วงหวงและหึงหวง
เหมือนหล่นห้วงความห่วงหา
รักน้องนะน้องยา
อย่าชายตาหาชายใด
รักเอย….
ช่วยเฉลยความนัยให้ประจักษ์
ใจทั้งดวงทั้งห่วงใยให้ที่รัก
เฝ้าฟูมฟักห่วงหาแลอาดูรย์
ยามจาก…
ความพลัดพรากกัดกินถึงสิ้นสูญ
ความโศกเศร้า ฝังใน ที่เพิ่มพูน
แสนอาดูรย์ โศกศัลย์ ทุกวันวาร
ใยก่อน…
เคยนอนไร้ทุกข์สุขสนาน
มีครอบครัวคอยรักทุกทุกกาล
มิแผ้วพาน ผิดหวัง แม้ครั้งใด
นี่หรือ?…
ฤาเราบื้อบ้าบอน่างอหาย
ไม่เข้าใจใจรักที่มักกลาย
ที่ทำลายชีพคนจนป่นปี้
ใยเล่า
เมื่อก่อนเราก็สุขถึงเพียงนี้
เพียงขาดรักจากหนึ่งอิสตรี
ฤาต้องม้วย ชีวี ที่สร้างมา….????
ถอดความมาจาก
If it works?
(บทความเดิมเป็นภาษาอังกฤษ โดย Chaos)
เกริ่น :
๏ นัยที่ซ่อนเร้น……………………………ในกาย
เพียงแค่เสงส่องฉาย……………………อาจแจ้ง
ใต้ดวงตาพราวพราย……………………..เพิ่งเริ่ม
สัมผัสรักบ่แสร้ง…………….อ่อนล้า ระทวย ๚
๏ ชายชาญอาจจักม้วย…………….เพียงนาง
เปลื้องเปลือยกายเปล่าพลาง…………..ยั่วเย้า
สัมผัสเพียงเบิดทาง……………………….ล่วงต่อ
วุ่นคิดจิตรุ่มเร้า…………….ยิ่งร้อน เกินทาน ๚
ภายในที่ซ่อนเร้น
เพียงแสงเด่นอาจเห็นฉัน
ใต้ดวงตาเข้มคู่นั้น
บางสิ่งซ่อนอยู่ภายใน
ยื้อฉันเถิด คนดี
ขยิบเนตรรุจีที่แจ่มใส
จินตนาการบ่งบอกถึงความนัย
แล้วปล่อยใจดวงนี้ให้หลุดลอย
เห็นฉันไหม
กับรูปกายที่ไร้ซึ่งอาภรณ์
ที่ฉันเผยให้เห็นผิวอ่อนอ่อน..
เห็นฉันไหม? ..
………………………………….
ร่างกายฉันเปรียบผ้าใบผืนว่าง
ขึงวาดฉันให้สอางค์อย่าโอนอ่อน
นิ้วสัมผัสแทนขนแปรงจิตกร
แล้วระบายจูบอ่อนสะท้อนใจ
แสงสว่างคงไม่สำคัญ
จงใช้แสงในกายฉันแทนแสงสุกใส
เป็นผลงานชิ้นเลิศบรรเจิดไกล
ศิลปฤาต้องใช้เพียงสายตา
รู้สึกไหม นี่ตัวฉัน
ผิวพรรณ ผ่องใส ละไมหนา
สัมผัสแห่งโค้งเว้าเจ้าแก้วตา
รู้สึกไหม ถึงกายาที่น่ายล
ฟังสิฟังให้ดี
อาจมีร้อยพันวลีที่สับสน
ฟังสิฟังในร้อยพันผู้คน
เสียงอึงอลใยสองเราช่างเข้าใจ
ได้กลิ่นฉันไหม
กลิ่นกายละมุนน่าโลมไล้
กลิ่นกรุ่นกำซาบสะกิดใจ
ได้กลิ่นไหม?..
……………………………………
แสดงให้เห็นถึงจินตนาการของคุณ
จงใช้ความละมุนกับกายฉัน
ฉันจะตั้งท่ารอ
เพียงอาจขอเป็นปลายพู่กัน
แบบไหนที่คุณชอบ…แบบไหนที่คุณฝัน
แต่มันคงไม่สำคัญ เพราะทุกส่วนของฉันเป็นของคุณ
เพียรร่ำพร่ำเรียกอ้าง…………………..เรียมอาย น้องเฮย
พิศชอบพิศชมชาย……………………..เชิงชั้น
เรียมรักเรียมเร้นกาย…………………..เร่งก่อ สะพานเฮย
วอนนุชวอนนางนั้น………………………แน่โน้ม เนาใจ
โคลงกลบทอักษรสลับ
เรียมพิศเจ้าพิศเพี้ยง………………..อัปสร
งามขจายลือขจร……………………เรียมเพ้อ
แรกต้องดังต้องศร………………….กามเทวษ
เรียมรักหลงรักเก้อ………………….เพ้อไห้ รำพัน
โคลงกลบทกินนรเก็บบัว
พี่……รัก…….เจ้า….. ยิ่ง…….แล้ว …………………..น้องเอย
ฝาก.. เทวษ..ช่วย…..แย้ม….เปรย……………………บอกน้อง
รัก…..เท่า…..รัก…….อยาก.. เฉลย…………………..ใจพี่
นะ…. เจ้า….. ตอบ….รัก…….ร้อง……………………..อย่าให้ หมองใจ
……….ยามนั้น
กะเท่เร่น้อย ยืนต้นอยู่
ลมพัดโอน เอนอ้า ยังกล้าสู้
ยอมอดสู ลู่ไล้ ไปตามลม
จากพรรษาผ่านพรรษาเข้าพรรษา
แก่กล้า ประสบการณ์เข้าถาถม
พายพิโรธ โกรธกร้าว ร้าวระทม
จำอกตรม จมปลัก ยอมหักกลาง
แตกร้าว เจ็บจำ ช้ำชอก
ทนถลอก ทุกข์ยาก คำถากถาง
จนแห้งเหี่ยว เฉาตาย ที่กลางทาง
หักล้าง แตกร้าว น่าเศร้าใจ
อนิจจา กะเท่เร่
เจ้าทนทุกข์ ยืนเป๋ อยู่หนไหน
มิเหลือซาก มิเหลือใจ
มิเหลือใคร มาดูดำ
จบเรื่องราวของกะเท่เร่
ไม้แก่ ล้มเซ เถลถลำ
ล้มหาย ตายจาก เคยตรากตรำ
ไม่เหลือซากในความจำ แม้นิดเดียว
Inspiration : มัชฌิมา’s บล๊อก